รีวิว : Review ASROCK B860 Pro RS WiFi Mainboard ทางเลือกแห่งความคุ้มในยุค Intel Core Ultra

สวัสดีครับกลับมาพบกับรีวิวกันอีกครั้งในที่สุดทาง LOFTSGAME ก็ได้ถึงเวลาปล่อยรีวิว CPU Intel Core Ultra เสียที วันนี้มาควงคู่กับ Mainboard จากทาง ASROCK กับรีวิว ASROCK B860 Pro RS WiFi ที่เป็น Mainboard ในงบ 5,000 บาท ที่ให้ความแรงการปรับค่า CPU RAM ที่เยี่ยมและน่าสนใจ และปรับปรุงจาก Mainboard ในยุค Intel Gen14 อย่างมาก ใครที่อยากประกอบเครื่องและต้องการ Mainboard ที่คุมงบประมาณได้ เน้นใช้งานเล่นเกมทำงาน ตั้งค่าครั้งเดียวจบ มาติดตามในบทความนี้กันครับ

Bundle and Hardware Intro

สำหรับรีวิวนี้เราได้รับสนับสนุนจาก ASROCK เป็นตัว Mainboard เท่านั้นครับ จึงจะขอมัดรวม เป็นการชี้แจงสเป็คทดสอบในครั้งนี้ โดยเราใช้ดังนี้ครับ

  • CPU :Intel Core Ultra7 265 @5.1Ghz , 20 Core (8P+12E) / 20 Threads
  • RAM : ADTA XPG Lancer DDR5 16x4GB 
  • Set1 ADTA XPG Lancer DDR5 16x2 GB 6,000MT/s CL 40-40-40
  • Set2 ADTA XPG Lancer DDR5 16x2 GB 6,000MT/s CL 40-48-48
  • SSD : 2TB WD_Black SN8100 PCIe5.0
  • GPU: ASROCK AMD RX9060XT 16GB PCIe5.0
  • Mainbord : ASROCK B860 Pro RS WiFi
  • Power Supply : Formula V-Line FV-1000GM (1,000W 80Plus Gold)
  • Water Cooling : DarkFlash DG-360 Aio 360mm Water Cooling (Full Speed Fan & CPU Pump)


Design and Specification 

สำหรับเจ้า ASROCK B860 Pro RS WiFi เป็นเมนบอร์ดมาในรูปลักษณ์สีขาว ตัดกับ แผงวงจร PCB สีดำมาในขนาด ATX ปกติ กับ CPU Socket LGA1851 (สามารถใช้บล็อกน้ำ LGA1,700 ได้) รองรับ CPU Intel Core Ultra Series2 และ Intel Core Ultra Series2 Plus ใหม่ล่าสุดได้อีกด้วย (โดย Intel Core Ultra Series2 Plus ที่อาจจะต้อง Update Bios ก่อนใช้งาน)

ด้านภาคจ่ายไฟให้ช่อง 8 Pin CPU มาถึง 8 ช่อง รองรับการใช้งานร่วมกับ CPU Intel Core Ultra7 และ 9 ทั้งรุ่นปกติ และลงท้าย F และรุ่น Overclock ปลดค่า TDP มาแล้วอย่าง K และ KF นั่นเอง โดยให้เฟสการจ่ายไฟที่ 10+1+1 เฟส พร้อมกับ DR.MOS ที่จะคอยควบคุมการจ่ายไฟให้อุปกรณ์ของเราให้แรงและสเถียรมากขึ้นทำให้การอัพเกรด CPU จากประกอบครั้งแรก อาจเลือก Core Ultra 5 ก็สามารถใช้งาน Core Ultra7 หรือ 9 ได้ทันทีไม่ต้องเปลี่ยน Mainboard ใหม่

ส่วนสล็อตแรมนั้นให้มาที่ 4 ช่องรองรับแบบ DDR5 แบบ Non- ECC เท่านั้น รองรับสูงสุดที่ 256GB รองรับ Profile RAM ทั้ง Intel XMP และ AMD EXPO และสามารถใช้แรมบัสสูงๆ เพื่อการ Overclock ปรับแต่งการทำงานควบคู่กับ CPU ให้ประมวลผลดีขึ้นได้ (แต่จะมากหรือน้อยจะขึ้นอยู่กับรุ่นของแรมที่เรามาจับคู่ครับ แต่วันนี้ RAM ที่สาธิตเป็นคลาสกลางๆ และ ใส่เต็ม 4 Slot ไปเลยครับ) 

ส่วนสล็อต PCIe ของเริ่มที่ M.2 กันก่อน โดยที่ Mainboard นั้นให้มาแบบ PCIe5.0 ให้ความแรงระดับหลัก 10,000Mb/s กันเลย ในช่องที่ 1 พร้อม Heatsink ระบายความร้อน และที่เหลือ 2 ช่องจะเป็น PCIe 4.0 โดยที่การยึด M.2 ก็ไม่ต้องขันน็อตแล้ว ใช้เป็นสลักกิ๊ปล็อคในการยึด SSD นั่นเอง

ส่วนการ์ดจอสล็อตแรก จะให้ PCIe 5.0 x16 แบบ Steel Slot ที่ให้ความแข็งแรงในการรองรับน้ำหนักการ์ดจอรุ่น TOP Tier ในด้านสลักยึด และมีสล็อต PCIe 4.0 x4 แบบแถบยาวให้เราใช้งานเผื่อต่อการ์ด SSD การ์ด LAN การ์ดเสียง เพื่อให้สามารถปรับลักษณะทำงานให้ตรงกับเรานั่นเอง ส่วนระบบอินเตอร์เน็ต Mainboard รุ่นนี้จะให้เป็น Dragon LAN 2.5Gbps ที่มาพร้อม Software ปรับแต่ง ลำดับการใช้งาน Traffic Internet ได้ (แต่จะมีผลสำหรับ Internet ระดับ 2,500 Mbps เพราะเป็นความเร็วที่สามารถกระจายไปได้เหมาะสมมากกว่า Internet 1Gbps)

และ Mainboard นี้มี Wi-Fi 6E ชิป AX211 จาก Intel ที่ทำให้รองรับการใช้งาน Internet ไร้สาย ได้แรงและใกล้เคียงการใช้งานสาย LAN อีกด้วย (แต่ Router ต้องปล่อย Wi-Fi6 ขึ้นไปได้ด้วยนะ)

ซึ่งด้านการระบาความร้อนนั้นหายห่วงอย่างแน่นอน ด้วยการใช้ Heatsink อลูมิเนียม ครอบทับไปยัง Mainboard และ M.2 และเป็น Heatsink ที่มีความหนา ทำให้รองรับการจ่ายไฟ CPU ที่นิ่งและสเถียรอย่างแน่นอนครับ 

ช่องการเชื่อมต่อด้านหลังที่ภาพรวมนั้น USB Type A 3.2 Gen1 จะเยอะมากๆ 6 ช่องเลย พร้อม Front Parnel ขยายออกไปได้อีก 2 ช่อง และแบบ Type C 3.2 Gen2 อีก 1 ช่อง ส่วน USB 2.0 สำหรับ Mouse และ Keyboard มีให้อีก 2 ช่อง ส่วนการ์ดต่อจอแบบ On CPU หรือ ออนบอร์ด ก็จะมี HDMI 2.1 , DisplayPort1.4 มาให้ (แต่ต้องใช้กับ CPU Core Ultra ที่ไม่มีรหัสต่อท้าย F นะครับ) พร้อมเสาอากาศ Wi-Fi จำนวน 2 เสาที่ติดตั้งการ์ดรับสัญญาณ Wi-Fi มาให้แล้ว


ASROCK Poly Chrome RGB

และปิดท้ายความสวยงามกับ “ ASROCK Poly Chrome RGB “ ที่เป็น Software ปรับแต่งไฟ ARGB ให้ตัวเครื่อง Computer ของเรานั้นสวยงามมากขึ้นนั่นเอง โดยสามารถ Sync ได้ทั้ง RAM , SSD และ ปลั๊ก ARGB ที่ Mainboard นั่นเอง โดยมีปลั๊ก ARGB จาก Mainboard จำนวน 3 จุด ทำให้สามารถ ออกแบบทางเดินไฟ RGB และอุปกรณ์ต่อพ่วงเช่นพัดลมเคส ปั๊มน้ำ หรือแถบไฟ LED ได้อย่างอิสระนั่นเอง


Bios Menu

ส่วนหน้า Bios ก็มีทั้งโหมด Easy mode และ Advance Mode ให้เราให้เลือกใช้งานเหมือนเดิม สามารถเสียบ USB Flash Drive ในการอัพเดท Bios ได้อีกด้วย ซึ่งจุดเด่นก่อนที่เราจะทดสอบคือการที่ปรับแต่งทั้งการจ่ายไฟ CPU ให้ TDP สูงมากขึ้น ทำให้รีดพลังที่แท้จริงของ CPU ได้มากขึ้น แถมกับ การที่ปรับบัสแรมการปรับบัสแรมนอกจากมี Profile XMP และ EXPO ก็มีการดึง Profile ที่สามารถ Overclock ค่าสูงที่สุดของตัว RAM ออกมาใช้เพื่อเป็นการอ้างอิงได้อีกด้วย ทำให้สามารถดึงศัยภาพแรม และเป็นจุดอ้างอิงหลักในการปรับ Overclock RAM นั่นเอง โดยที่เราปรับแล้วจะเป็นดังนี้ครับ


Testing Time intro  

มาทดสอบด้าน Benchmark กันครับทางเราขออนุญาตนำเสนอในค่าดีที่สุดและสเถียรที่สุด ในทุกสภาวะอากาศนะครับ เริ่มจาก 3D Mark , Aida64 , Cinebench R23 , Super Pi , Test Mem5


3D Mark

ใครว่า Intel Core Ultra7 265 จะรีดพลังการ์ดจอไม่สุดแบบ CPU อีกค่ายมาดูผลทดสอบได้เลยครับ จัดว่าเค้นพลังการ์ดจอได้หมดปลอกมากๆ จะมาขอขวด ขวดเบียร์ ขวดเป็ปซี่อะไร ไม่มีแน่นอน อิอิ


Test Mem5

ก่อนที่จะทดสอบสปีดของบัสแรมทั้ง 4 แถว เราก็มาเผาแรม หรือทดสอบ ใช้งานแรมทั้ง 64GB ด้วยโปรแกรม Test Mem5 กันก่อนเพื่อความมั่นใจว่า Overclock ไปแล้วสามารถทำงานได้จริง ไม่ Error นั่นเองโดยเราทดสอบไป 90 นาทีโปแกรมแจ้งว่าผ่านไม่มี Error 


Aida64

หลังจากที่จูน Overclock ทั้ง RAM และ CPU เรียบร้อย ก็ถือว่ารีดพลังความเร็วของตัวแรมไปได้เยอะมากๆครับ จากเดิมๆ ก่อนจูน ค่า Read ของ Memory ในช่องแรกก่อนจูนอยู่แถว 60,000 MB/s ตอนนี้ทั้ง 4 แถวแรมลากไปถึง 88,641 MB/s แล้ว สุดยอด!!


Cinebench R23 

มาดูพลัง Intel Core Ultra7 265 แบบไม่ K กันบ้างครับถือว่าเป็นรุ่นที่พอปรับจูนใน Bios ก็ทำให้ความแรงไล่เลี่ยกับตัว Intel Core Ultra7 265 K อยู่บ้างที่ 31,289 คะแนน ในแบบ Multi Core (แต่ถ้าเขาจูนเราจะแพ้ อิอิ)  เป็น CPU ที่ใช้งานง่ายประหยัดพลังงาน สายเกมอย่าพลาดนะครับ 


Super Pi

ทดสอบการหาค่าพายอาร์ กันครับ ทดสอบ ค่าที่ 1ล้าน , 4ล้าน , 16ล้าน (อันนี้วิธีดู ให้โหลดโปรแกรมแล้วมาดูเทียบกับรีวิวนะครับ) 


Gaming Test  Full HD

สำหรับเกมเราก็ใช้การ์ดจอ AMD RX9060XT 16GB ในการทดสอบนะครับ บางเกมที่รองรับ FSR 4.0 ในการเร่ง Frame Rate ให้สูงเราก็จะปรับไปเลยนะครับเพราะภาพไม่ได้ค่อยติดวุ้นติดดินน้ำมันแล้วสำหรับเกมที่เราทดสอบวันนี้

PUBG All Ultra Render Scale 120%

สำหรับเกมนี้ ก็ถือว่าสบายๆ กับชุดทดสอบวันนี้ครับ ช่วงคนเยอะก็จะเฟรมน้อยลงไป เพราะเกมนี้เรนเดอร์ภาพไปด้วยเราก็ต้องออนไลน์ ร่วมกับผู้เล่นอื่นๆ อีกด้วย เฟรมเรทได้ไป 150-300FPS

Call Of Duty7 Custom + FSR4.0 Balance

เกมนี้พอมาเล่นบน PC ระดับกลางถือว่ารีดเฟรมเรทได้ดีมากๆครับภาพก็สวย เวลาระเบิด และผู้เล่น NPC บอท รวมกันเยอะๆ ก็ไม่แลค แถมรองรับ FSR4.0 รีดพลังการ์ดจอไปได้อีก ทำเฟรมเรทได้ไป 242-249FPS


NFS Unbound ALL Ultra + FSR 2.0 Balance

เกมสายซิ่งก็ยังทำความแรงของตัวภาพได้แบบชิวๆ สบาย ต่อให้เจอ NFC คู่แข่ง หรือตำรวจลงเยอะก็ไม่แลค ทำเฟรมเรทได้ไป 147-190FPS


The Last Of Us Part 1 Ultra + FSR 4.0 Balance

อีกเกมภาพสวยที่ตอนนี้แพชกราฟฟิคคงที่ สามารถหยิบยกมาเล่นพร้อม FSR4.0 ได้แล้ว ทำเฟรมเรทได้ไป 146-233FPS


Black Myth Wukong Benchmark Tool ALL High + FSR Blance

อันนี้เป็น Bechmark เฉยๆ แถมให้ชมนะครับ ทำเฟรมเรทได้ไป 115-142FPS


บทส่งท้าย

จบไปแล้วนะครับสำหรับรีวิว กับรีวิว ASROCK B860 Pro RS WiFi ที่เป็น Mainboard ในงบ 4 พันบาท ที่ให้ความแรงการปรับค่า CPU และ RAM ที่เยี่ยมและน่าสนใจ รองรับ CPU Intel Core Ultra Series2 และ Intel Core Ultra Series2 Plus ถ้าหากต้องการคุมงบประมาณในช่วงที่ฮาร์ดแวร์แพง การ์ดเลือกใช้ Mainboard รุ่นนี้ ก็ถือว่าน่าสนใจมากๆ ครับ สนราคาที่ 5,000 บาท สนใจคลิกเลยครับขอบคุณทาง ASROCK ที่เราให้ทดสอบอีกครั้งหนึ่งครับ

ฝากรีวิวจากทางพวกเรา LOFTSGAME ในทุก ๆ ช่องทางของพวกเราด้วยนะ สวัสดีครับ

Facebook คลิกเลยครับ 

TikTok คลิกเลยครับ

และหน้าเว็บไซต์ คลิกเลยครับ

อัจ ลอฟท์เกม

อัจ ลอฟท์เกม ผู้ก่อตั้งเพจและเว็บไซต์ "ลอฟท์เกม - LOFTSGAME" บล็อกเกอร์ผู้สนใจและชื่นชอบเครื่องเล่นเกมคอนโซลเป็นชีวิตจิตใจ นอกจากนี้ยังชื่นชอบเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ไอที แกตเจ็ต รวมไปถึงกีฬาอีสปอร์ต facebook twitter

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า
LOFTSGAME - ลอฟท์เกม by แอดมินอัจ : รีวิว/ข่าว/บทความ เกม ไอที อีสปอร์ต และภาพยนตร์